“เฟ้นหาคนต้นแบบ-เรียนลัด- โคลนนิ่งความสำเร็จ-ขยายผล-บอกต่อ”

การจะสร้างนักธุรกิจให้ได้ผลสำเร็จ ต้องเริ่มต้นจากการเฟ้นหา “นักธุรกิจคนต้นแบบ” ให้ได้ก่อน

จากนั้นให้เอาแนวคิด/ทฤษฎี/ปฏิบัติ/กระบวนการ/ขั้นตอนการทำงาน/ประสบการณ์ของเขาหรือเธอมาถ่ายทอด/สั่งสอน/ทำซ้ำ/จุดประกาย/สร้างแรงบันดาลใจมาทำมาสร้างคน(โคลนนิ่ง)จนสำเร็จแล้วจึงค่อยบอกต่อ

  ต้นแบบตำนานธุรกิจแบบไทยๆ จะมีที่มาที่ไปแบบนี้

เสื่อผืน หมอนใบ

อาบเหงื่อ ต่างน้ำ

หยาดเหงื่อ แรงงาน

หยาดเลือด หยดน้ำตา

มันสมอง สองมือ

ข้อมูล โอกาส

เมืองไทย เดิมเน้น สร้างธุรกิจด้วยตัวเอง” เป็นเจ้าของกิจการเอง แบบว่า

เถ้าแก่จากนั้น ก็เริ่มเป็น มืออาชีพ

ระยะหลังนักธุรกิจไทยส่วนใหญ่นิยม แฟรนไชส์” ซื้อกิจการที่สำเร็จแล้วมาทำต่อ ยึดหลักการจัดการแบบ ข้อมูล โอกาส” เป็นหลัก

ซึ่งทุกวันนี้ ธุรกิจในเมืองไทยที่สำเร็จและยั่งยืนผสมผสาน ๓ รูปแบบประกอบด้วยธุรกิจแบบเถ้าแก่” “ธุรกิจแบบมืออาชีพ” “ธุรกิจแบบแฟรนไชส์/ขายตรง” แต่ธุรกิจที่ได้รับความนิยมในอัตราส่วนที่สูงที่สุดคือ “ธุรกิจแฟรนไชส์และขายตรง” โดยส่วนใหญ่ซื้อกิจการที่สำเร็จแล้วมาทำต่อ

ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน

ถึงวันนี้ ไม่ต้องมาคุยอวด คุยข่มกันว่า ของฉันถูก ของเธอเถื่อน ของฉันแท้ ของเธอไม่แท้

  โลกนี้คือสมมติ ไม่มีเรา ไม่มีเขา การศึกษาที่แท้จริง ต้องทำลาย สักกายทิฐิ” ตัวกู-ของกูให้ได้

  เรามาดูประวัติการศึกษา เจ้าสัว ดร. ธนินท์ จะพบว่าน่าอัศจรรย์

 
ปี 2492 ประถมศึกษา โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีปี 2494 มัธยมศึกษา โรงเรียนซัวเถา ประเทศจีนปี 2499 สถาบันศึกษาฮ่องกงวิทยาลัยปี 2529 ปริญญาเทคโนโลยีการเกษตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ เชียงใหม่ปี 2531 ปริญญาพาณิชยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 2532 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 1ปี 2533 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงปี 2534 ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เกษตรศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปี 2534 ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประเทศจีนปี 2538 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)ปี 2538 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
21 กรกฎาคม 2543 ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
18 กุมภาพันธ์ 2547 ปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันราชภัฏจันทรเกษม
2551 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (บริหารธุรกิจ) จากมหาวิทยาลัยคริสเตียน
22 ตุลาคม 2551 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

 จะเห็นว่า เจ้าสัว ได้ปริญญา ดร. กิตติมศักดิ์ ถึง 11 ปริญญาเอก

  แต่ไม่เคยเข้าชั้นเรียน และทำวิจัยส่งแม้แต่เล่มเดียว

สะท้อนให้เห็นว่า ค่าของคน อยู่ที่ผลของงานความสำเร็จเกิดขึ้นจาก กุศโลบาย

  อายโกศล ฉลาดรู้ในวิถีแห่งการสร้างสรรค์ความเจริญ

  อบายโกศล ฉลาดรู้ในการหลีกเลี่ยงวิถีแห่งความเสื่อม

  อุบายโกศล ฉลาดรู้เจนจบทั้งวิถีแห่งความเจริญและความเสื่อม

ต้นแบบความสำเร็จ” ธนินท์ เจียรวนนท์แล้ว ได้สาระสำคัญเป็น ๖ ข้อดังนี้

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจ ข้อที่ ๑ วิธีคิด

คนทำธุรกิจที่สำเร็จทั้งหลาย จะมีวิธีคิดที่แตกต่าง วิธีคิดที่เป็นระบบ เมื่อความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาบรรจบ ความสำเร็จก็เกิด คิดเป็นระบบ ทำเป็นขั้นเป็นตอน มีกระบวนการสื่อสารความคิดไปสู่การพูดการนำเสนอสินค้าและบริการรวมถึงการนำนโยบายไปปฏิบัติได้แม่นยำ ไม่ผิดพลาด เมื่อคิดจะทำธุรกิจแล้ว ต้องคิดแล้วทำให้ได้ ทำให้สำเร็จ และผลสำเร็จต้องขยายให้ไกล ออกไปจนถึง “ระดับโลก” อย่าคิดแคบๆ สำเร็จแค่ภายในประเทศ

  “ตลาดทั่วโลก วัตถุดิบทั่วโลก คนเก่งทั่วโลก การเงินทั่วโลก”

นี่คือสิ่งสำคัญที่ ธนินท์ เจียรวนนท์ ตอกย้ำกับผู้บริหารและพนักงานซี.พี.อยู่เสมอ แสดงให้เห็นชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลซึ่งได้นำพาให้ซี.พี.เติบโตเป็นปึกแผ่น เป็นบริษัทคนไทยที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนในต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจ ข้อที่ ๒ โอกาสเล็กvsโอกาสใหญ่

เขามองว่า โอกาสเล็ก” กับ โอกาสใหญ่” ไม่เท่ากัน จะสำเร็จต้องมองหา โอกาสใหญ่” เท่านั้น เล็กๆ ซี.พี.ไม่ ใหญ่ๆ ซี.พี. ทำ

“ผมมองว่าที่ผมทำงานนี่ไม่ได้คิดเลยเรื่องกำไร ไม่ได้คิดว่าทำธุรกิจนี้แล้วจะได้กำไรเท่าไร ผมคิดว่าทำธุรกิจนี้ อันแรกมีโอกาสสำเร็จไหม ถ้ามีแล้วถ้าจะใหญ่นี่ ธุรกิจอันนั้นจะต้องไปเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไปเกี่ยวข้องกับคนส่วนน้อย ธุรกิจอันนี้จะไม่ใหญ่ ถ้าธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับประเทศเดียวธุรกิจก็ไม่ใหญ่ ต้องเกี่ยวข้องกับทั่วโลก สินค้านี้ต้องขายได้ทั่วโลกมันถึงจะมีโอกาสใหญ่ แล้วธุรกิจนี้ต้องลงทุนได้ทั่วโลกธุรกิจนี้ถึงจะมีโอกาสใหญ่ และยิ่งสำคัญกว่าเรื่องอื่นคือธุรกิจที่เราทำเป็นประโยชน์แก่ประชาชนไหม ถ้าไม่ธุรกิจอันนี้ก็ไม่มีความยิ่งใหญ่”
 

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๓ ทำอะไรอย่าคิดแค่ความสำเร็จอย่างเดียว ต้องปรับตัวรวดเร็ว รับการเปลี่ยนแปลงให้ได้

แม้ซี.พี.จะเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป ซึ่งสร้างความภูมิใจแก่ทุกคนในองค์ก

แต่ธนินท์” ในฐานะผู้นำไม่เคยกระหยิ่มยิ้มย่อง กลับคิดว่า

เราทำอะไรอย่าไปคิดในทางสำเร็จอย่างเดียว ต้องคิดว่ามีปัญหาอะไรตามมาอีก มีหวานต้องมีขม ได้อย่างต้องเสียอย่าง ถ้างานยิ่งใหญ่ ปัญหายิ่งมีมาก

ทั้งยังกล่าวกับผู้บริหารและพนักงานเป็นประจำว่าเมื่อได้รับความสำเร็จ ผมดีใจแค่วันเดียว เพราะยิ่งรับงานใหญ่ ภาระของเราก็ยิ่งมากขึ้น

ด้วยหลักคิดเช่นนี้ ธุรกิจของซี.พี.ภายใต้การบริหารของ ธนินท์ จึงปรับตัวเร็ว และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
 

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๔ เน้นสร้างคนรองรับการเติบโต

กุญแจสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของซี.พี.ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือคน”  ดังนั้นจึงให้ความสำคัญแก่การสร้างคน มีนโยบายให้ผู้นำกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซี.พี.เร่งดำเนินการสร้างและพัฒนาคนเก่งเพื่อรองรับการเติบโตบนเวทีการค้าโลก เพราะถ้าไม่มีคนเก่ง ซี.พี.ก็ไม่สามารถชนะในตลาดโลกได้

การที่จะก้าวสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงของซี.พี.นั้น จะต้องรู้จักใช้กลยุทธ์ในการสร้างคน โดยหนึ่งในวัฒนธรรมของซี.พี.ที่สำคัญก็คือต้องโปรโมทผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะการสร้างคนที่เก่งกว่าตัวเองขึ้นมาอย่างเช่นที่ตนเองเคยได้รับโอกาสนั้นจากพี่ชายทั้งสอง คือจรัญ และ มนตรี เจียรวนนท์

ในการสร้างคนนั้นธนินท์” ให้ข้อคิดว่า อย่าไปแบ่งว่าใครเป็นคนของใคร ผู้บริหารที่ดีจะต้องสร้างตัวแทนขึ้นมาให้ได้ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ต้องรู้จักแสวงหาคนเก่งมาทดแทน ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งได้แสดงความสามารถ

        “ผู้บริหารทุกท่าน ต้องสร้างตัวแทน ผมจะยกย่องและนับถือคนที่สามารถสร้างตัวแทนขึ้นมาได้ คนที่รู้จักใช้คนเก่ง คือคนที่เก่งยิ่งกว่า ผมชอบคนเก่ง และอดที่จะเคารพนับถือคนเก่งไม่ได้

          “ธนินท์” กล่าวกับ ผู้บริหารระดับสูงในเครือซี.พี. อยู่เสมอว่า

ถ้าคุณสามารถสร้างคนเก่งได้ คุณคือคนที่เก่งที่สุด

เคล็ดลับ ๓ ประการในการสร้างคนเก่งสไตล์เจ้าสัว คือ

.อำนาจคนเก่งต้องมีองค์กร และต้องมีอำนาจสูงสุดในองค์กรนั้นๆ สำหรับใช้ในการแสดงความสามารถ

.เกียรตินอกจากคนเก่งจะได้โอกาสแสดงออกฝีมือและความสามารถเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะดีเด่นดังเหนือนาย เก่งกว่านาย ไม่ต้องกลัวถูกแทงข้างหลัง ถูกใส่ร้าย สาดโคลน ป้ายสี หรือโดนการเมืองในองค์กรเล่นงาน คนเก่งต้องการได้รับการยอมรับ ถ้าท้อแท้ ก็ทำงานไปวันๆ  และ

.เงินเพราะนอกจากทำงานหนัก และมีตำแหน่งใหญ่โตแล้ว หลักEqual Work Equal Payสิ่งที่คนเก่งทั้งหลายคาดหวังจะได้รับก็คือผลตอบแทนที่เป็นธรรม คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยที่ทุ่มเทให้แก่องค์กร กิจการขนาดใหญ่ ไม่มีวัฒนธรรมคอยแอบดูเงินรายได้ในกระเป๋าของคนอื่นๆ เหมือนองค์กรที่อ่อนแอ เต็มไปด้วยคนคิดลบ มองโลกแง่ร้าย
 

เขามองว่า เงิน” ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประการแรกในการสร้างคนตามสไตล์ของธนินท์” ทั้งนี้เพราะเขาคิดว่า

สำหรับคนเก่งนั้นเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด อำนาจ และเกียรติต้องมาก่อน ด้วยเหตุนี้ซี.พี.จึงมีบริษัทในเครือฯมากมายถึง200 กว่าแห่งทั่วโลก เพื่อเป็นเวทีทำงานสำหรับคนเก่ง

นอกจากนี้ธนินท์” ยังกล่าวว่า ผมมองคนอื่นว่าเก่งกว่าผมเสมอ ผมไม่เคยมองใครว่าเก่งสู้ผมไม่ได้ สำหรับคนที่ทำงานกับเรา ผมยึดหลักว่าเราจะต้องเปิดโอกาส ให้โอกาสเขาได้แสดงความสามารถ เมื่อใครแสดงความสามารถออกมา เราจะต้องส่งเสริมสนับสนุนเขาให้มีตำแหน่งสูง ๆ ขึ้นไป

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๕ รักษาคนดีคนเก่งให้อยู่กับองค์การนานๆ

ที่ซี.พี. ไม่มีนโยบาย เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” เหมือนองค์กรทั้งหลายที่พบเห็นทั่วไปในสังคมไทยที่ อิจฉาคนดี ย่ำยีคนเก่ง ฆ่าตัดตอนคนที่เป็นดาวรุ่ง นิสัยดีทำงานเก่ง ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรกลับเป็นพาลชอบมีเรื่อง หาเหตุ จับผิดใส่ร้ายคนดี ป้ายสีคนเก่ง หาเรื่องกลั่นแกล้งคนดีคนเก่งให้ชื่อเสียงมัวหมอง

สิ่งเหล่านี้ ซี.พี. ไม่มี ซี.พี. ไม่ทำ สิ่งที่เจ้าสัวยืนยันคือ

เราจะต้องพยายามรักษาคนดีคนเก่งให้อยู่กับเราให้นานที่สุด เราจะต้องสร้างคนที่มีความสามารถให้เกิดขึ้นให้มาก ๆ

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของซี.พี.ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำเดือนละครั้ง ธนินท์” ได้เปิดโอกาสให้พนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ร่วมประชุมด้วย และเรียกกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ว่า Young Talentซึ่งพนักงานคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมประชุม จะได้รับโอกาสให้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ แก่ซี.พี. ซึ่งมีหลายครั้งที่ ธนินท์ นำข้อเสนอแนะไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของซี.พี.

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๖รักษาคู่แข่ง ไม่เอาเปรียบลูกค้า ดูแลสังคม

ในโลกแห่งการแข่งขันทางการค้าและการทำธุรกิจ

ในโลกแห่งการแข่งขันทางการค้าและการทำธุรกิจธนินท์” มีนโยบายให้รักษาคู่แข่ง และไม่เอาเปรียบลูกค้า

ธนินท์” กล่าวว่า นักธุรกิจที่แท้จริง จะพยายามแข่งขันกันอยู่ในขอบเขต จะไม่แข่งจนตายไปฝ่ายเดียว หรือพังไปข้างหนึ่ง ถ้าเรามีความสามารถ เราก็ไปหาธุรกิจที่อื่น ทำไมต้องมาเจาะจงมาแย่งข้าวชามเดียวกัน สุดท้ายสองคน สามคนไม่อิ่มสักคน แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพ

สมมติว่าเราสองคนต่อยกัน ต่อยกันจนคนหนึ่งตายไป นึกว่าอีกคนไม่เจ็บหรือ ก็เจ็บ…เพราะฉะนั้นวิธีการของ ซี.พี.คือ การถอนแล้วเราก็ไปหาตลาดใหม่ ผมไม่เคยทำให้คู่แข่งผมล้มละลาย

ธนินท์” มักจะกล่าวกับผู้บริหารและพนักงานว่าซี.พี.มีนโยบายรักษาคู่แข่ง เราจะไม่ทำลายคู่แข่ง และยังต้องแบ่งตลาดให้ เพื่อให้คู่แข่งสามารถอยู่รอดในตลาดได้ ทั้งนี้เพราะถ้าเราทำลายคู่แข่งไป ก็อาจมีคู่แข่งใหม่เข้ามาซึ่งอาจจะแข็งแกร่งกว่า

นอกจากนี้ ยังให้มองถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก รวมไปถึงคู่ค้าและSuppliers ด้วย ต้องให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ได้ ต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า และยังต้องดูแลสังคม ทั้งนี้เพราะเราเป็นส่วนหนี่งของสังคม ถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ ขายคุณภาพบวกความซื่อสัตย์

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๗ คุณภาพ และความซื่อสัตย์

การดำเนินธุรกิจในเครือซี.พี. ซึ่งยึดถือมาตั้งแต่ร้านเจียไต๋ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของธุรกิจเครือซี.พี. (เจียไต๋ คือ ร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักฯลฯ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2464 เป็นต้นกำเนิดของธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซี.พี. ปัจจุบันเจียไต๋เป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์อันดับต้น ๆ ของเอเซีย)

ธนินท์” บอกว่า

คุณพ่อผมมีหัวเรื่องเทคโนโลยี ท่านมีพรสวรรค์เรื่อง พันธุ์พืช พ่อผมไปพัฒนาเมล็ดพันธุ์ผักซัวเถาจากโซนร้อน ซึ่งในประเทศโซนร้อนปลูกทุกครั้ง เก็บอีกทีไม่โตแล้ว ซึ่งแปลกมาก คุณพ่อมาเปิดร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่เมืองไทยชื่อร้านเจียไต๋ ซึ่งคุณพ่อได้สร้างพันธุ์ คัดพันธุ์ที่มีผลผลิตสูง รักษาคุณภาพใส่ในซองที่พิมพ์วันที่ เพราะเมล็ดพันธุ์พอถึงเวลาหนึ่งจะไม่งอก คุณพ่อบอกว่าถ้าใครซื้อเมล็ดพันธุ์ถ้าเลยวันที่กำหนดแล้วให้เอามาคืน จึงเป็นมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อแล้วที่ต้องรักษาคุณภาพ

คุณพ่อสอนว่าถ้าเราจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ถ้าลูกค้าอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้ ถ้าลูกค้าร่ำรวย ธุรกิจเจียไต๋ที่คุณพ่อทำ ลูกค้าปลูกเอาไปขาย ไม่ใช่ปลูกเล่นดูสวยงามถ้าลูกค้าปลูกแล้วขายไม่ได้ไม่มีราคา ขาดทุน เที่ยวหน้าเขาก็ไม่มาซื้อ เหมือนเลี้ยงไก่เพื่อต้องการขายไข่ได้กำไร ถ้าเราไม่มีวิธีการไปช่วยเขา ไม่ได้ช่วยเขาควบคุมเรื่องคุณภาพ เขาอยู่ไม่ได้

ต้นแบบความสำเร็จธุรกิจข้อที่ ๘ ยึดหลัก๓ ประโยชน์: ประเทศชาติ ประชาชน บริษัท

นักธุรกิจที่จะทำธุรกิจใหญ่ ต้องตระหนัก และพยายามเข้าใจให้ได้ว่า เราอยู่ด้วยตัวเราคนเดียวไม่ได้ ถ้าสังคมอยู่ไม่ได้เราจะอยู่ได้อย่างไร ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงว่า ประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ ประชาชนต้องได้ประโยชน์ และบริษัทก็ต้องได้ประโยชน์ด้วย

เขาให้แง่คิดไว้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งในประเด็น ๓ ประโยชน์

ผมถือว่า ธุรกิจที่ผมทำเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ต่อสังคม ผมคิดว่าถ้าเรามีโอกาสสร้างคน สร้างงาน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดเวลาผมถือแบบนี้ เข็มมันจะแหลมไปทั้ง ๒ ข้างไม่ได้ ต้องทู่ข้างหนึ่ง แต่สำคัญว่า ธุรกิจต้องเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็จะเท่ากับเป็นการช่วยสังคม เราสร้างสรรค์ สร้างงาน สร้างอาชีพ ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอะไรคือการกระจายรายได้ คนมักเข้าใจว่าต้องกระจายรายได้แต่ไม่รู้ว่าการกระจายรายได้จริงๆ เป็นอย่างไร วิธีที่ถูกต้องคือการสร้างงาน

ธนินท์” อธิบายที่มาแนวคิดทฤษฎี ๓ ประโยชน์ว่า

ที่ซี.พี.ก้าวหน้าและเติบโตมาจนถึงปัจจุบันจะก้าวสู่ปีที่ ๙๐ ในปี ๒๕๕๔ เพราะได้ดำเนินธุรกิจอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจึงต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินตอบแทนบุญคุณแผ่นดินอันได้แก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ธุรกิจกิจการของซี.พี.จึงราบรื่น เติบโตอย่างมั่นคงเป็นปึกแผ่นได้ในประเทศไทย และสามารถขยายกิจการไปยังต่างประเทศได้อย่างไม่หยุดยั้ง

ในมุมมองของการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินของธนินท์” ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจนั้น คิดว่าการทุ่มเทการทำงานเพื่อสร้างธุรกิจให้เจริญก้าวหน้า การได้สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่คนมากมาย สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ การเสียภาษีให้กับรัฐบาล การมีความรับผิดชอบต่อสังคม การสร้างคนเก่ง สร้างคนไทยให้ไปแข่งขันทางธุรกิจกับทั่วโลก เป็นการพัฒนาคนให้ได้เหรียญทองทางธุรกิจ เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติเช่นเดียวกับการที่นักกีฬาได้รับเหรียญทองโอลิมปิก
 

ทั้ง ๘ ข้อใหญ่คือปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ธนินท์ เจียรวนนท์” เป็นผู้บริหารที่โดดเด่นบนเวทีโลก

ท่านผู้นี้ ควรได้เป็นทั้ง ศาสตราจารย์พิเศษ” และราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์” เสียด้วยซ้ำ เพราะทฤษฎีต่างๆ และต้นแบบความสำเร็จธุรกิจของท่าน

   ประเด็นสำคัญที่แวดวงวิชาการบริหารธุรกิจศึกษาในเมืองไทยล้มเหลว MBA ต่างๆ ถึงทางตันเพราะเราไม่เคยศึกษา “คนต้นแบบ-เอามาเป็นตัวอย่าง-ทำซ้ำ-เลือกเฟ้นคนเก่งมาโคลนนิงความสำเร็จ-ปั้นคนสร้างคนเก่งให้สำเร็จ-เสร็จแล้วขยายผล-บอกต่อ”

       กระบวนการ “ทำซ้ำ-บอกต่อ” สินค้าขายตรงทั้งหลายอย่าง “แอมเวย์” แฟรนไชส์ดังๆ อย่าง “สตาร์บัคส์” KFC ทำแล้วได้ผล  และก็ขยายคน/ขยายกิจการไปทั่วโลก

       กิจการ OTOP  และกิจการ SMEs  ทั้งหลาย เลิกหวงวิชาได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องขยายผลด้วยการ ทำซ้ำ/บอกต่อ

  แต่แวดวงBusiness School ในประเทศไทยเรายังไม่เปิดใจ ใจไม่กว้างพอ หรือไม่กล้า กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับ หรือถึงจะยอมรับ ก็เป็นอาจารย์รุ่นใหม่ ไฟแรง ที่ไม่มีอำนาจ

         เราจึงไม่เห็น เถ้าแก่น้อย” เป็น ดร. ด้วยBiz Model  ทั้งที่สร้างแบรนด์เถ้าแก่น้อย” จนสำเร็จแล้วด้วยอายุน้อยๆ

         ยังไม่นับ Biz Model อื่นๆ อาทิ เซฟ-ที-คัท”  “บ้านใร่กาแฟ” “อิชิตัน” “แบรนด์ เดี่ยวไมโครโฟน”: อุดม แต้พานิช” “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์: วัดร่องขุ่น”   “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว”  “ลูกชิ้นฮั่งเพ้ง” “เสื้อแตงโม” “PASAYA” ทั้งที่แบรนด์เหล่านี้ ยอดขายทะลุหลักพันล้านบาทแล้วทั้งนั้น

         คนเหล่านี้ ใช้ชีวิตทั้งชีวิตสร้างต้นแบบธุรกิจจนสำเร็จ แต่ก็ไม่มีวันได้เป็น ดร. อย่างที่ ศ. ดร. ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา ราชบัณฑิตบอก ทั้งที่ผลงานถึง” ผลสำเร็จ ชัดเจน” แต่สภาวิจัยแห่งชาติ และสภามหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่เคยยกย่อง

         พวกเรากำลังจะบอกว่า ถ้าอยากให้การศึกษาธุรกิจ SMEs สำเร็จ เป็นเรื่อง เป็นราว เป็นรูปธรรม  เราต้องนำปรัชญาธุรกิจ  “สร้างคน สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างเครือข่าย สร้างกิจการ สร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง” ของคนดี-เด่น-ดัง  และเริ่มดัง รวมทั้งกำลังจะดังทั้งหลาย ไปบอกต่อ ขยายผล เพื่อให้ทำซ้ำ ทำซ้ำแล้วสำเร็จ ก็สร้างคนเก่งให้สำเร็จ แล้วขยายกิจการ ขยายองค์การออกไปเรื่อยๆ

ชาวไทยต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงสังคมและ

วัฒนธรรมจากวัฒนธรรมอิจฉาคนดี ริษยาคนเก่ง กลั่นแกล้งคนที่กำลังจะรุ่ง เปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมยอมรับคนดี ส่งเสริมคนเก่ง เปิดใจกว้าง กล้าและพร้อมที่จะสร้างคนใหม่ สร้างงานใหม่ สร้างดาวรุ่งดวงใหม่ให้เป็นดาวประกายพรึก เป็นตัวแทนคนที่สำเร็จ ขยายคนที่สำเร็จให้มีปริมาณมากจากรุ่นสู่รุ่น และเร่งสร้างคนที่มีแววจะสำเร็จให้ออกสู่สังคมในวงกว้าง  ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างคนดีคนเก่งที่มีทฤษฎี/ปฏิบัติ/ประสบการณ์ครบถ้วนออกสู่สังคมให้มากๆ

ในขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังเร่งผลิต “ดอกเตอร์” นักวิชาการ-นักวิชาชีพด้านบริหารธุรกิจ อย่างจริงจังและต่อเนื่องแต่ประเทศไทยวันนี้ทั้งที่กำลังจะเข้าสู่เวทีอาเซียนในปี ๒๕๕๘  แต่ยังเสียโอกาสทางการแข่งขันโดยเฉพาะการติดอาวุธคนด้วย “ปัญญา” ในการบริหารจัดการคนและองค์กร และยกระดับยกสถานะคนให้มีการศึกษาด้านการจัดการที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  ให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล  คำถามแรก “พวกเราเตรียมพร้อมแข่งขันในเวทีการค้าอาเซียนแล้วหรือยัง?” คำถามที่ ๒ “พร้อมแค่ไหน?” คำถามสุดท้ายที่ไม่อยากถามคือ “ถึงเวลาแล้วหรือยัง?”

————————————————————

เอกสารอ้างอิง

บทความที่ 9 วิจัยธุรกิจไทย ‘เฟ้นหาคนต้นแบบ -เรียนลัด-สำเร็จ-ขยายผล-บอกต่อ’ 26/2/2555

ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ และคณะ* สมาคมบริหารธุรกิจดุษฏีบัณฑิต

http://www.dba.or.th/detailhtip.asp?tip=15

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s