นวัตกรพลิกโลก

นวัตกรพลิกโลก
นวัตกรหรือคนที่สร้างสรรค์จะคิดต่างและทำต่าง สร้างความแตกต่าง อันนำไปสู่ความคิดในการสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ และธุรกิจใหม่ๆ นวัตกรต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะใน 5 ทักษะ คือ การเชื่อมโยงความคิด ตั้งคำถาม สังเกต ปฏิสัมพันธ์และทดลอง อันเป็นกุญแจสำคัญในการ ผุดความคิดใหม่ๆ
รูปแบบ(โมเดล)นวัตกรในการผุดความคิดสร้างสรรค์ คือ นวัตกรจะกล้าทำสิ่งใหม่ ไม่พอใจกับสถานภาพปัจจุบัน กล้าเสี่ยงอย่างฉลาดในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีทักษะเชิงพฤติกรรมคือมีความกระตือรือร้นในการตั้งคำถาม สังเกต ปฏิสัมพันธ์ และทดลองบ่อยขึ้น มีทักษะในการรับรู้เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลใหม่คือการเชื่อมโยงความคิดวิทยาการหลากหลายสาขาเข้าด้วยกัน (การเชื่อมโยงความคิดใหม่ๆ) กลายเป็นความคิดธุรกิจใหม่ๆมากขึ้น“นวัตกรจะต้องทำต่างอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะคิดต่าง”
นวัตกรจะสามารถเชื่อมโยงความคิดได้ดีที่สุดเมื่อพวกเขาก้าวออกไปจากพรมแดนของตน (คิดนอกกล่อง)
ทักษะการค้นพบ 5 ประการ คือ 1. การตั้งคำถาม 2. สังเกต 3. ปฏิสัมพันธ์ และ 4.ทดลองจะกระตุ้นให้เกิด (5.การเชื่อมโยงความคิด) อย่างน่าประหลาดใจ
“ความคิดสร้างสรรค์คือการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ”
การเชื่อมโยงความคิดคือการผสมผสานความคิดและเชื่อมโยงความคิด วัตถุ บริการ เทคโนโลยี ความรู้หลากหลายสาขาวิชาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่ไม่ธรรมดา โดย 1.การนำไอเดียจากสาขาอื่นเข้ามาผสมผสานกับสาขาที่ตนเชี่ยวชาญ หรือ 2.การนำไอเดียในสาขาที่ตนเชี่ยวชาญออกไปสู่สาขาที่เราไม่มีความรู้มากนักและกำลังศึกษาค้นคว้า
การตั้งคำถามคือ วิธีการทำงานของนวัตกรมันคือตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมการค้นพบอื่น คือการสังเกต การปฏิสัมพันธ์ และทดลองตามมา นวัตกรจะพึ่งพาการคิดหาคำถามที่ถูกต้องในการบรรลุความสำเร็จ “จงอย่าหยุดสงสัย”
การสังเกต คือ สังเกตลูกค้า สังเกตบริษัท สังเกตเทคโนโลยี สังเกตกระบวนการ สังเกตธรรมชาติ สังเกตอะไรก็ตามที่เข้าตา สังเกตด้วยทุกสัมผัสของคุณ และมองหาวิธีการนำไปประยุกต์ใช้(อาจมีการแก้ไขเล็กน้อย) ในบริบทต่างกัน
ปฏิสัมพันธ์ คือ การคิดนอกกล่องต้องมีการเชื่อมโยงไอเดียต่างๆในเรื่องที่นวัตกรมีความเชี่ยวชาญกับไอเดียของผู้อื่นที่อยู่ในกล่องอีกใบหรือนอกโลกของนวัตกร นวัตกรจะได้ความคิดหรือมุมมองที่แตกต่างอย่างสุดขั้วเมื่อพวกเขาทุ่มเทเวลาและพลังงานในการค้นหาและทดสอบไอเดียด้วยการปฏิสัมพันธ์กับคนหลากหลายประเภท มีการสร้างเครือข่ายไอเดียโดยการเพิ่มความหลากหลายให้กับเครือข่ายของคุณและสร้างสะพานเชื่อมช่วงว่างระหว่างแต่ละเครือข่ายสังคมเพื่อไอเดียใหม่ๆ
การทดลอง คือ นวัตกรทางธุรกิจจะพยายามทดลองไอเดียใหม่ๆด้วยการสร้างต้นแบบและทำการทดสอบนำร่องเพื่อดูว่าได้ผลหรือไม่ โลกคือห้องทดลองของพวกเขา(พวกเขาไม่ได้ทำงานในห้องทดลองเหมือนนักวิทยาศาสตร์) เขาทดลองประสบการณ์ใหม่ๆ และชำแหละผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการและไอเดีย ออกเพื่อหาข้อมูลใหม่ ทดสอบไอเดียด้วยโครงการนำร่องและต้นแบบที่อาจจุดประกายไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ขึ้นด้วย “การทดลองเป็นกุญแจในการสร้างสรรค์นวัตกรรม”
ทำไมผู้บริหารอาวุโสส่วนใหญ่จึงไม่คิดต่าง ?
ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดภายในกล่อง(มีทักษะในการส่งมอบ)จะงานหนักโดยมุ่งกับการส่งมอบผลงานชิ้นต่อไป สรุปคือผู้บริหารส่วนใหญ่มีความเป็นเยี่ยมในการลงมือปฏิบัติงานตามแผนและ 4 ทักษะในการส่งมอบ คือ วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามรายละเอียด และปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงตามแผน
นวัตกรมีทักษะในการค้นพบมาก ส่วนทักษะในการส่งมอบงานจะเป็นรอง
บริษัทขนาดใหญ่มักล้มเหลวในการสร้างนวัตกรรมพลิกโลก เพราะทีมผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่คือผู้ที่ได้รับเลือกจากทักษะในการส่งมอบงานไม่ใช่การค้นพบ ผลก็คือผู้บริหารส่วนมากในองค์กรขนาดใหญ่ไม่รู้วิธีคิดต่าง และการคิดต่างก็ไม่มีสอนในวิทยาลัยธุรกิจหรือภายในองค์กรด้วย ส่วนใหญ่วิทยาลัยพวกนี้จะสอนวิธีการส่งมอบงาน(การปฏิบัติ)ไม่ใช่การค้นพบ บริษัทหรือองค์กรของคุณเลือกเฟ้นคนที่มีทักษะในการค้นพบหรือไม่ เราทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ คุณสามารถคิดไอเดียใหม่ๆ สำหรับธุรกิจของคุณได้ “ นวัตกรรมจะต้องทำต่างอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะคิดต่าง” ลงมือทำเดี่ยวนี้
สรุป จากการสัมภาษณ์และสังเกตการณ์ เราพบว่าบริษัทที่มีความสร้างสรรค์จะถ่ายทอดรหัสของความคิดสร้างสรรค์ลงในกรอบความคิดที่เรียกว่า 3 P คือคน (People) กระบวนการ (Process) และปรัชญา (Philosoply)นำทางของบริษัทอย่างชัดเจน
การใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอนวัตกร: คน “ นวัตกรรมคือสิ่งที่แบ่งแยกว่าใครเป็นผู้นำและผู้ตาม” การคิดสร้างสรรค์คือสิ่งสำคัญอย่างแท้จริง สร้างทีมและองค์กรที่มีทักษะที่เสริมกันและกัน ผู้นำที่ผลักดันด้วยทักษะการค้นพบต้องมีคนที่มีทักษะในการส่งมอบที่เป็นเลิศในการลงมือปฏิบัติเป็นคอยเป็นทัพเสริม (ผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพจะเข้าใจทักษะการค้นพบและส่งมอบของตนดีและพยายามเอาคนเก่งในทักษะที่ตนด้อยมาเสริมด้วย)
ความสมดุลระหว่างทักษะการค้นพบและส่งมอบในทีมงานหรือบริษัท คือสมดุลทั้ง 2 ด้าน
ด้านที่1.ผลักดันด้วยการค้นพบ 1. เชื่อมโยงความคิด 2. ถาม 3.สังเกต 4. ปฏิสัมพันธ์เพื่อหาไอเดีย 5.ทดลอง
ด้านที่ 2. ผลักดันด้วยการส่งมอบ 1.วิเคราะห์ 2.วางแผน 3.ลงมือปฏิบัติในรายละเอียด 4. มีวินัย

การเสริมกันและกันของคน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ
นอกจากทีมงานจะต้องมีทักษะการค้นพบและการส่งมอบเพื่อเสริมกันและกันแล้ว ทีมงานที่สร้างสรรค์ยังต้องมีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้วย คือมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งหนึ่งสาขาและรอบรู้กว้างๆในหลายสาขา สรุปบริษัทที่สร้างสรรค์จะต้องเลือกคนที่หลากหลายมาผสมผสานกัน โดยไม่เพียงแต่มีทักษะการค้นพบและการส่งมอบเสริมกันและกันเท่านั้นแต่ยังต้องมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน มาจากพื้นเพหลากหลายเพื่อมองปัญหาผ่านเลนส์หลายๆองศา
สรุปก็คือ บริษัทที่มีความสร้างสรรค์สูงที่สุดในโลกจะมีผู้นำที่เข้าใจในนวัตกรรมอย่างลึกซึ้งเป็นการส่วนตัว
(นวัตกรรมทางธุรกิจ คือความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของการผลิต กระจายสินค้า การตลาด ราคา หรือการจัดสรรทรัพยากรให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้นกว่านี้)
การใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอนวัตกร:กระบวนการ
ดีเอ็นเอขององค์กรที่สร้างสรรค์คือภาพสะท้อนของดีเอ็นเอของบุคคลที่สร้างสรรค์และเช่นเดียวกับคนที่สร้างสรรค์จะตั้งคำถาม สังเกต ปฏิสัมพันธ์ และทดลองอย่างเป็นระบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ องค์กรที่สร้างสรรค์ก็จะพัฒนากระบวนการที่สนับสนุนทักษะเดียวกันนี้ใน หมู่พนักงานด้วย นอกจากนี้บริษัทยังต้องพึ่งพา กระบวนการที่เป็นระบบในการค้นหาคนที่มีทักษะการค้นพบที่แข็งแกร่ง
กระบวนการที่สะท้อนทักษะการค้นพบของนวัตกรพลิกโลก
กระบวนการค้นพบที่ 1.ถาม (การตั้งคำถาม) 2.สังเกตุ 3. ปฏิสัมพันธ์เพื่อหาไอเดีย 4.ทดลอง(การสร้างต้นแบบ)
การใช้ประโยชน์จากดีเอ็นเอนวัตกร: ปรัชญา
ต่อนี้ไปคือ 4 ปรัชญาซึ่งซึมซาบอยู่ในบริษัทที่สร้างสรรค์ที่สุดในโลก
ปรัชญาที่ 1.การสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นงานของทุกคน ไม่ใช่แค่ฝ่ายวิจัยและพัฒนา (การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นงานของทุกคน การให้กำลังใจเมื่อพวกเขาใช้ทักษะการค้นพบ)
ปรัชญาที่ 2.นวัตกรรมพลิกโลกเป็นส่วนหนึ่งในแฟ้มผลงานนวัตกรรมของเรา (ลงทุนด้านเวลาและทรัพยากรอย่างจริงจังในโครงการนวัตกรรม)
ปรัชญาที่ 3.สนับสนุนทีมขนาดเล็กที่มีการจัดการที่ดี
ปรัชญาที่ 4. เสี่ยงอย่าง “ฉลาด” (จงเสี่ยงอย่างฉลาดในการค้นพบนวัตกร)
สิ่งสำคัญที่สุดในการคิดสร้างสรรค์คือการไม่กลัวที่จะล้มเหลว สำหรับนวัตกรหรือบริษัทที่มีความคิดสร้างสรรค์ ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าละอาย แต่เป็นต้นทุนที่เราคาดได้ว่าจะเจอในการทำธุรกิจ “ถ้าคุณทำสิ่งใหม่มากพอ แน่ใจได้เลยว่าต้องมีข้อผิดพลาด”
บริษัทที่มีวัฒนธรรมซึ่งช่วยให้เขาตอบคำถามทั้งสี่ดังต่อไปนี้ว่า ใช่ ได้อย่างมั่นใจ
ปรัชญาที่ 1. ในบริษัทของคุณ การสร้างสรรค์คือนวัตกรรมของทุกคน
ปรัชญาที่ 2.นวัตกรรมพลิกโลกเป็นส่วนหนึ่งในแฟ้มผลงานนวัตกรรมของคุณหรือไม่
ปรัชญาที่ 3. ทีมงานขนาดเล็กคือหัวใจสำคัญในการนำไอเดียสร้างสรรค์ออกสู่ตลาดหรือไม่
ปรัชญาที่ 4. บริษัทของคุณยอมรับความเสี่ยงอย่างฉลาดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือไม่
สรุป วิธีที่คุณจะสามารถพัฒนาทักษะการค้นพบ ได้แก่ การเชื่อมโยงความคิด การตั้งคำถาม สังเกต ปฏิสัมพันธ์ และทดลองด้วยตัวของคุณเอง หาครูฝึกหรือโค้ช ผู้ที่จะช่วยคุณพัฒนารูปแบบพฤติกรรมใหม่ การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสิ่งที่ยากดังนั้นการขอให้คนที่คุณนับถือมาช่วยจึงนับเป็นก้าวสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเลือกใครก็ตาม ขอให้แน่ใจว่าคนผู้นั้นจะให้ความเห็นและคำแนะนำกับคุณอย่างตรงไปตรงมา ครูหรือโค้ชสร้างความแตกต่างในการช่วยพัฒนาทักษะในการสร้างสรรค์ของคุณได้อย่างมากทีเดียว
บรรณานุกรม

ไดเยอร์,เจฟฟ์และคณะ.(2556).นวัตกรพลิกโลก. สำนักพิมพ์ปราณ.นนทบุรี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s